สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่
เชียงใหม่...นับว่าเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยก็ว่าได้ ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางแวะเวียนไปสัมผัสกับความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่งดงาม ศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเชียงใหม่ ซึ่งก็มีมนต์เสน่ห์อันน่าประทับใจ ดึงดูดให้ผู้คนต่างไปท่องเที่ยวมากมาย ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจหาก "เชียงใหม่" จะเป็นจังหวัดในอันดับต้น ๆ ที่เหล่าบรรดาคู่รัก มักนึกถึงเป็นที่แรก ๆ เมื่ออยากควงแขนกันไปสวีตหวาน
แต่ปัญหาส่วนใหญ่เมื่อไปถึงเชียงใหม่แล้ว นั่นคือ "จะชวนคนรักไปหาสถานที่โรแมนติก เชียงใหม่ ที่ไหนดีล่ะ" เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขออาสาเป็นกามเทพตัวน้อย ๆ พาเหล่าบรรดาคู่รักขึ้นเหนือ ไปหาสถานที่โรแมนติกกันสองต่อสองกัน ณ จังหวัดเชียงใหม่เจ้า ^^
อะ ๆ และขอบอกอีกนิดนึงว่าสถานที่โรแมนติก เชียงใหม่ สามารถควงแขนกันไปสัมผัสทุกเดือน ตลอดเวลาที่มีโอกาสนะจ๊ะ ก็แหม...บรรยากาศไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ ก็แสนจะเป็นใจทั้งนั้น (จริงไหม)
เอ้า...มาเริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์อย่าง...
ไหว้พระดอยสุเทพ –พระสิงห์
ก่อนที่จะไปหาสถานที่โรแมนติกในจังหวัดเชียงใหม่ อันดับแรกที่ต้องทำคือ ไปสักการะ "พระดอยสุเทพ" ปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่ รวมถึงมีความเชื่อกันว่าหากมาสักการะและอธิษฐานขอพรพระธาตุดอยสุเทพ จะมีแต่ความสำเร็จสมหวังดังปรารถนา แคล้วคลาด ผ่านอุปสรรคนานาไปได้ นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มานมัสการพระธาตุดอยสุเทพแล้ว ควรมากราบอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ที่ประดิษฐานอยู่ตรงเชิงดอยสุเทพเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
จากนั้นก็ไปขอพร พระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง เป็นวัดสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินล้านนามานับแต่อดีต โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีมะโรง (งูใหญ่) จะนิยมไปไหว้พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ เพราะถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิด เพื่อจะเป็นมงคลสูงสุดทำให้อายุมั่นขวัญยืน มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป
วินาทีนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอตจริง ๆ สำหรับ ม่อนแจ่ม หรือ ดอยม่อนแจ่ม แคมป์ปิ้งรีสอร์ทแนวใหม่ แต่โดนใจคนรักธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม ขอบอกว่าคู่รักคู่ไหนที่ชื่นชอบความงดงามของทิวเขา หลงใหลดวงดาราส่องแสงประกายระยิบระยับยามค่ำคืน และรักการแคมป์ปิ้งยิ่งไม่ควรพลาด เพราะที่นี่ถึงแม้จะเป็นแคมป์ปิ้งรีสอร์ทแนวใหม่ แต่ก็กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมชูความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย ประหนึ่งอยู่ในห้องพักโรงแรม แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง สายลมเย็น ๆ วิวขุนเขา สายหมอก ก็โผล่รอต้อนรับ แถมยามค่ำคืนดาวน้อยใหญ่จะค่อย ๆ ส่องประกายแวววับให้มองเพลิน ๆ
นอกจากนี้ ใกล้ ๆ กันยังเป็นที่ตั้งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ซึ่งภายในมีแปลงผักและงานวิจัยผักเมืองหนาวมากมายให้ได้ชื่นชม หรือจะจูงมือกันเดินเล่นศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลายก็สามารถทำได้
เก็บไป ชิมไป สตรอเบอร์รี่สดจากไร่
อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งปลูกสตรอเบอร์รี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เพราะฉะนั้น ไม่ควรพลาดที่จะชวนกันไปก้มเก็บสตรอเบอร์รี่สีแดงแสนสด ผลัดกันป้อนผลัดกันชิมเพื่อเพิ่มดีกรีความหวานให้มากขึ้น หรือจะถ่ายรูปคู่เก๋ ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้อยู่ ทั้งนี้ เสียค่าเข้าประมาณคนละ 20 - 40 บาท (แล้วแต่บางไร่) อย่างไรก็ตาม นอกจากอำเภอสะเมิงแล้ว ในจังหวัดเชียงใหม่ยังมีไร่สตรอเบอร์รี่อยู่อีกหลายแห่ง เช่น ไร่สตอเบอร์รี่ ดอยอ่างขาง, อำเภอฝาง, อำเภอแม่ริม และบนดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง ใครสะดวกตรงไหน ใกล้ที่ใดก็ลองไปเก็บ ไปชิม สตรอเบอร์รี่สดจากไร่กันดูนะ
ชมดอกนางพญาเสือโคร่งบาน
เมื่อสายลมหนาวเริ่มย่างกลายเข้ามาสัมผัสผิวกายให้เย็นยะเยือก นั่นเป็นเสมือนสัญญาณบ่งบอกว่า ได้เวลาที่ "ดอกนางพญาเสือโคร่ง" (Prunus cerasoides) จะบานสะพรั่งทั้งขุนเขามาถึงแล้ว ซึ่งความงดงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง อยู่ที่ยามเมื่อต้นทิ้งใบ แล้วพากันออกดอกสะพรั่งเป็นสีชมพูสวยสดใส คล้ายกับดอกซากุระของญี่ปุ่น และมักชอบขึ้นอยู่ตามพื้นที่ภูเขาสูงในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ นับว่าเป็นสุดยอดเส้นทางชมดอกนางพญาเสือโคร่งก็ว่าได้
โดยแหล่งที่สามารถขับรถไปดูได้ เช่น ดอยสันป่าเกี๊ยะ, ดอยอินทนนท์, ดอยขุนแม่ยะ, ขุนช่างเคี่ยน, สถานีเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) และดอยอ่างขาง หนาวนี้ไม่ต้องไปไกลถึงไหน พลาดไม่ได้ต้องไปให้เห็นกับตาว่าซากุระเมืองไทยมีจริงที่เชียงใหม่ อะ ๆ แต่ขอบอกว่าฤดูโรแมนติกนี้หนึ่งปีมีหนเดียว คือช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมเท่านั้นนะ
สวนสัตว์เชียงใหม่ - ไนท์ซาฟารี
คู่รักคู่ไหนที่รักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ หรืออยากไปผ่อนคลายต้องไปพบกับความน่ารักของสัตว์ที่นี่เลย "สวนสัตว์เชียงใหม่" ตั้งอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่มีสัตว์มากมายหลายชนิด รวมถึงเจ้าหมีแพนด้า ฑูตสันถวไมตรีเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน และหมีโคอาล่าจากออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังมี เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ศูนย์แสดงสัตว์น้ำมีอุโมงค์ยาว 133 เมตร สวนนกเพนกวินและสวนนกฟิ้นช์ แต่ถ้ายังไม่หนำใจ ลองพากันไปทัวร์ชมสัตว์ป่ายามค่ำคืน Twilight Zoo โดยรถยนต์ เพื่อชมพฤติกรรมสัตว์ต่าง ๆ ที่ออกหากินยามกลางคืน ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ +66 5321 0374, +66 5322 1179, +66 5322 2283 หรือwww.chiangmaizoo.com
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือ วัดโชติการาม
ตั้งอยู่ ณ ตำบลพระสิงห์ ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุด ซึ่งสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมาแห่งราชวงศ์มังราย และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานนานถึง 80 ปี หน้าประตูทางเข้าวิหารมีบันไดนาคคู่เลื้อยงดงามตาและในวัดยังมีเสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง เสาอินทขิลนี้สร้างจากไม้ซุงต้นใหญ่ฝังอยู่ใต้ดิน ประดิษฐานในวิหารจัตุรมุขทรงไทยและในทุกปีจะมีงานเข้าอินทขิลเพื่อเป็นการฉลองเสาหลักเมือง หน้าประตูทางเข้ามีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง นาคคู่นี้เป็นฝมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิม เชื่อกันว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดในภาคเหนือ
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
เป็นวัดที่พญาผายู ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา มีพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งซึ่งจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปรอบเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำ นั่นคือ พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อีกทั้งวัดนี้ได้ประดิษฐานพระธาตุประจำปีนักษัตรมะโรงอีกด้วย
เวียงกุมกาม
เป็นเมืองโบราณที่เป็นเมืองหลวงเก่าของล้านนา ที่ถูกสร้างโดยพ่อขุนเม็งราย แต่เนื่องจากเกิดน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งในช่วงหน้าฝน ทำให้เมืองทั่งเมืองต้องอยู่ใต้บาดาล ทำให้พ่อขุนเม็งรายตัดสินใจ ย้านราชธานีไปสร้างเมืองใหม่ที่ตีนดอยสุเทพ พบซากโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดช้างค้ำ วัดธาตุน้อย วัดอีค่าง วัดปู่เปี้ย วัดธาตุขาว วัดพญาเม็งราย วัดพระเจ้าองค์ดำ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดกู่ป้าต้อม เป็นต้น ซึ่งพ่อขุนเม็งรายโปรดเกล้าฯให้สร้างเมืองนี้ขึ้น
วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือ วัดกู่คำ
ถนนสายเกาะกลางบริเวณเวียงกุมกาม มีพระพุทธรูปบรรจุอยุ่ในซุ้มรวม 60 องค์ หลังจากที่วัดนี้ถูกปล่อยให้รกร้างก็ได้มีคหบดีชาวพม่าที่เกิดความเลื่อมใสได้บูรณะขึ้นมาใหม่ จึงมีศิลปะแบบพม่าเข้ามาแทนที่แบบดั้งเดิม
วัดศรีสุพรรณ
ตั้งอยู่ ณ ถนนสายวัวลาย ภายในพระอุโบสถมี พระเจ้าเจ็ดตื้อ มีอายุราว 500 ปี สร้างโดยพระเจ้าเมืองแก้ว เป็น ”พระพุทธอัศจรรย์” มีพลานุภาพสูงส่ง ทำให้ผู้ไปนั่งสมาธิมีความปิติอย่างรวดเร็ว อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาสร้างด้วยคอนกรีตและตกแต่งปิดทับด้วยแผ่นอลูมิเนียมและแผ่นเงิน ที่สลักลวดลายหุ้มผนังอุโบสถทั้งหลังจึงนับเป็นอุโบสถเงินหลังแรกของโลก
วัดเจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร
ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2020 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ได้แก่ เจดีย์เจ็ดยอด ลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิที่พุทธคยาในประเทศอินเดีย ซึ่งมีฐานเจดีย์ประดับปูนปั้นรูปเทวดา ด้านนอกพระเจดีย์ก็เช่นกันประดับงานปูนปั้นรูปเทวดาทั้งนี่งขัดสมาธิและยืนทรงเครื่องที่มีลวดลายต่างกันไปดูงามน่าชม นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญในพุทธประวัติ 7 แห่ง ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมิตรเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ อชปาลนิโครธเจดีย์ ราชายตนเจดีย์ และ มุจจลินทเจดีย์ ปัจจุบันสถานที่สำคัญในพุทธประวัติเจ็ดแห่งเหลืออยู่ที่วัดเจ็ดยอดเพียงสามแห่ง คือ อนิมิตเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ มุจจลินทเจดีย์ วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ โปรดให้ประชุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่เพื่อชำระพระไตรปิฎก ใช้เวลานานถึง 1 ปี จึงสำเร็จ นับเป็นการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก และเป็นครั้งแรกของไทย และถือเป็นหลักปฏิบัติของพระสงฆ์ในล้านนา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
อยู่ใกล้ๆกับวัดเจ็ดยอด รวบรวมสิ่งของที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือเอาไว้ เช่น พระพุทธรูปสกุลช่างสมันล้านนา พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องถ้วยภาคเหนือ เครื่องใช้ประจำวันของชาวล้านนาและชาวเขาเผาต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่